การวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ และสารต้านอนุมูลอิสระอาหารพื้นถิ่นเพื่อการท่องเที่ยว กรณีศึกษาชุมชนบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ และสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารพื้นถิ่น เพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชุมชนบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวทางกีฬา และจัดสำรับอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักท่องเที่ยว พื้นที่ศึกษามีกลุ่มชาติพันธุ์หลัก 3 กลุ่ม คือ ไทยเขมร ไทยลาว และไทยกูย ซึ่งมีประเพณีเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมการบริโภคที่คล้ายคลึงกัน โดยคัดเลือกอาหารพื้นถิ่น 5 เมนู ได้แก่ ต้มไก่ใส่ใบมะขามอ่อน ผัดกุ้งจ่อมทรงเครื่อง น้ำพริกนายฮ้อย ตำมะม่วงใส่ไก่ และข้าวแตนหน้ากุ้งจ่อมกระฉีก มาวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อจัดรายการอาหารสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า อาหารทั้ง 5 รายการ ให้พลังงานอยู่ในช่วง 43- 461 กิโลแคลอรี /อาหาร 100 กรัม โดยข้าวแตนหน้ากุ้งจ่อมกระฉีกให้พลังงานมากที่สุด การวิเคราะห์สารต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี ORAC, FRAP และ DPPH พบว่าน้ำพริกนายฮ้อยมีกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด จากผลการศึกษาได้จัดเมนูอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการทางโภชนาการของนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วงวัย โดยกลุ่มนักกีฬาแนะนำผัดกุ้งจ่อมทรงเครื่อง และข้าวแตนหน้ากุ้งจ่อมกระฉีก สำหรับผู้สูงอายุแนะนำผัดกุ้งจ่อมทรงเครื่อง และตำมะม่วงใส่ไข่ ส่วนเด็กแนะนำหลากหลาย ได้แก่ ผัดกุ้งจ่อมทรงเครื่อง ข้าวแตนหน้ากุ้งจ่อมกระฉีก และต้มไก่ใส่ใบมะขามอ่อน ดังนั้นอาหารพื้นถิ่นของชุมชนบ้านโคกเมืองมีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน และตอบสนองความต้องการตามช่วงวัยของนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม
##plugins.generic.usageStats.downloads##
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
วิรัชยา อินทะกันฑ์, กุลชญา สิ่วหงวน. การพัฒนาตำรับอาหารพื้นเมืองสู่สำรับอาหารเพื่อการท่องเที่ยว อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก. วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร. 2564; 23(1):33-44.
Raji MNA, Karim AAb, Ishak FACI, Arshad MM. Utilizing Local Food Product at Rural Destination. IJ-ARBSS. 2017;7(12):118-126.
ปุณยวีร์ ศรีรัตน์. การสร้างคุณค่าอาหารพื้นถิ่นสำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่. 2564, 13(2):106-119.
Krittayaruangroj K, Suriyankietkaew S. Baan Khoa Lak: A case study on sustainable rural development through community-based tourism and natural resource conservation. In Tourism Case Studies Asia-Pacific Region. CABI International. 2024; 180-191.
ญาณภา บุญประกอบ, จักรวาล วงศ์มณี, สิริพร เขตเจนการ, โยธิน แสวงดี. อาหารพื้นถิ่นกับกลไกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ : กรณีศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่ง จังหวัดชัยนาท. วารสารวิทยาลัย ดุสิตธานี. 2560; 11:93-108.
สุกานดา ถิ่นฐาน, อนุชา แพ่งเกษร. การส่งต่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านคุณค่าด้านประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่สงคราม. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2566; 6(1):246-257.
พฤฒิยาพร มณีรัตน์, ประสพชัย พสุนนท์. ปัจจัยด้านคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของนักท่องเที่ยวในชุมชนย่านเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2565; 5(2):687–703.
อำนวย คมกริช, สิทธิศักดิ์ จำปาแดง. การออกแบบสร้างสรรค์ชุดการแสดงพื้นบ้านส่งเสริมหมู่บ้านท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. 2565; 7(3):302-315.
ปิติวรรณ ฝ้ายโคกสูง, วิษณุ ปัญญายงค์, คคนางค์ ช่อชู, จตุพัฒน์ สมัปปิโต, วณิชา แผลงรักษา. รูปแบบการจัดการวัตถุดิบแบบครบวงจรของอาหารพื้นถิ่นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 2022; 7(2):2299-2312.
Songsiri W, Bunna P, Athimuttisan J. Way of life and security in local southern food. RMUTP Res. J. Sci. Technol. 2014; 8(1):94-107.
Tong-on S, Kaewplod P, Tagontong N. The Study of Culture and Food Consumption Behavior in the People of Watthananakhon Sub-district, Watthananakhon District, Sa Kaeo Province. JSHC. 2024; 6(1):50-61.
Srithong T, Tongtip T, Sutthajitto PC, Sermsupt P, Wongpakdee C, Phrakhrusumethchandhasiri. Religious and cultural tourism in the lower northeast region of Thailand: history routes and network strengthening in Asean community. J Pañña Panithan. 2020; 5(2): 55-68.
Teerachat T, Wannit P, Thaichantararak A, Chaiyachartkittiyos C. Wisdom Cultural Heritage of Ethnic Groups in Buriram Province. JHUSOC. 2021; 19(2):109-122.
Thaichantarak A. Inheriting Art and Cultural Wisdom Heritage of Ethnic Groups in Buriram Province. EDUBRU. 2021; 1(1):25-37.
Klinjandang K. Gastronomy tourism uniqueness of secondary cities in the lower north-eastern provincial cluster 1 (Doctoral dissertation). Naresuan University. 2020.
Wongkerd P, Siriprapa J, Jeidthumrong N. People’s participation in gastronomy tourism of Khok Muang community, Jorakhay Mak sub-district, Prakhonchai diatrict, Buriram Province. J MCU Ubon Review. 2023; 7(2): 2299-2312.
Watcharapongkasem W, Somjai K, Mata N, Kaewkla K. 2D Game Development to Promote Local Gastronomy Tourism in Mueang Buriram District, Buriram Province. J COSCI SWU. 2024; 12(2):66-80.
Suphakitsuwannakul N. Knowledge Management and database system development of food diversity in the ethnic groups in Prakhon Chai district, Buriram province. JIBRU. 2017; 1(1): 57-72.
Ou B, Huang D, Hampsch-Woodill M, Flanagan JA, Deemer EK. Analysis of antioxidant activities of common vegetables employing oxygen radical absorbance capacity (ORAC) and ferric reducing antioxidant power (FRAP) assays: a comparative study. J Agric Food Chem. 2002; 50(11):3122–3128.
Benzie IFF, Strain JJ. Ferric reducing ability of plasma (FRAP) as a measure of antioxidant power: The FRAP assay. Anal Biochem. 1996; 239:70-76.
Katsuke T. Screening for antioxidant activity in edible plant products : comparison of low-density lipoprotein oxidantion assay, DPPH radical scavenging assay, and Folin-Ciocalteu assay. J Agric Food Chem. 2004; 52:2391-2396.
Hecht C, Bank N, Cook B, Mistovich RJ. Nutritional Recommendations for the Young Athlete. JPOSNA. 2023; 5(1):1-12.
Vinitchagoon T, Prasobtham J, Poomsutas Y, Surapat P. A Narrative Review of Nutrition and Dietetics in Older Adults. JNAT. 2020; 55(1):41-52.