รูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมในอนาคต สำหรับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

作者

  • ณชพงศ์ อุดมศรี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • รุจิราพร รามศิริ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • กิติศาอร เหล่าเหมมณี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • วสันต์ เดือนแจ้ง โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • สานิตย์ รัศมี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • ภูมิพัฒน์ ธนัชญาอิศม์เดช โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • อุทัยวรรณ แสงเสถียร โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • พลาภรณ์ จันทร์ขามเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา
  • มินตรา สิงหนาค โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

关键词:

รูปแบบการเรียนการสอนในอนาคต, สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

摘要

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัญหา ข้อจำกัด และปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนการสอน 2. เพื่อศึกษาสภาพความพร้อมและความต้องการจำเป็นในการเรียนการสอน และ 3. เพื่อนำเสนอรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมในอนาคต มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย 1) นักเรียน 2,256 คน        2) อาจารย์ 105 คน 3) ศิษย์เก่า 10 คน 4) ผู้ปกครองระดับชั้นละ 5 คน รวมจำนวน 75 คน 5) ผู้บริหาร ผู้บริหารระดับคณะและโรงเรียน รวมจำนวน 19 คน 6) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 14 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  มีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 6 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์และ2) ประเด็นสนทนากลุ่ม เกี่ยวกับปัญหา ข้อจำกัด และปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนการสอน  3) แบบสอบถามนักเรียนและ4) แบบสอบถามอาจารย์เกี่ยวกับสภาพความพร้อมและความต้องการจำเป็นในการเรียนการสอน 5) ประเด็นสนทนากลุ่มรูปแบบการเรียนการสอน  6) แบบประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนการสอน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ความถี่ และค่าร้อยละจากข้อมูลทั่วไป และวิเคราะห์ข้อมูลจากประเด็นสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)  ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation data) และนำเสนอแบบความเรียง การวิเคราะห์ข้อมูลจากประเด็นสอบถาม โดยใช้ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ ค่า PNI modified การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และนำเสนอแบบความเรียง และประเมินคุณภาพของรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมในอนาคตสำหรับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า

  1. โรงเรียนไม่นำแหล่งการเรียนรู้มาใช้ กิจกรรมไม่น่าสนใจ การประเมินผลไม่ตรงกับเนื้อหา ประเมินเฉพาะผลลัพธ์ไม่ได้ประเมินกระบวนการ และมีปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนการสอนคือ ครู ผู้เรียน อุปกรณ์ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ การสนับสนุนของผู้บริหาร และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน
  2. สภาพความพร้อมและความต้องการจำเป็นในการเรียนการสอนที่เหมาะสมในอนาคตสำหรับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน คือ นักเรียนต้องมีแรงจูงใจในการเรียน มีความสามารถในแก้ปัญหาและนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ควรเปิดโอกาสให้เลือกเรียนตามความสนใจสอดแทรกทักษะอาชีพ  ให้ผู้เชี่ยวชาญหรือชุมชนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน  อาจารย์ต้องจัดการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนาสมรรถนะ มีการประเมินผลตามตัวชี้วัดเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา (Assessment for Learning)  และใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายและมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนา
  3. รูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมในอนาคต มีชื่อว่า KUSK Model” มี 6 องค์ประกอบได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการ การวัดและประเมิน ปัจจัยสนับสนุน สิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนรูปแบบ

##plugins.generic.usageStats.downloads##

##plugins.generic.usageStats.noStats##

参考

Atkinson, R. C., & Shiffrin, R. M. (1971). The control of short-term memory. Scientific American, 224(2),

–90. https://doi.org/10.1038/scientificamerican0271-82.

Chatchapong, P. (2007). Teaching science process skills for kindergarten children. Training workshop

materials.

Fogarty, R., & Pete, B. (2011). Singapore’s vision: Teach less, learn more. In New future skills: Education

for the 21st century. Openworlds. (Original work published as 21st century

skills: Rethinking how students learn)

Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology. (2014). Introduction to STEM education

(1st ed.). Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology, Ministry of Education.

Jacobs, H. H. (Ed.). (1989). Interdisciplinary curriculum: Design and implementation. Association for Supervision and Curriculum Development. Association for Supervision and curriculum Developmemt.

Khammani, T. (2007). The science of teaching: Knowledge for effective learning process management

(2nd ed.). Chulalongkorn University Press.

Khammani, T., Dechakup P., Kanjanawasi S., Vithayasirinant S. and Chaowkeeratipong N. (1998).

Learning theories for the development of thinking processes. Office of the National Education

Commission, Office of the Prime Minister.

Ministry of Education. (2010). The Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (2008) (3rd ed.).

Agricultural Cooperative Federation of Thailand Printing House.

Office of the Basic Education Commission. (2017). Training manual for driving professional learning

communities (PLC) toward schools. Ministry of Education.

Office of the National Primary Education Commission. (2017). Supervision for promoting internal quality

assurance systems in schools. Office of the National Primary Education Commission.

Office of the Education Council, Ministry of Education. (2018). National education standards. Prikwan

Graphic.

Panich, V. (2012). Learning creation pathways for students in the 21st century. Sodsri-Saridwong

Foundation.

Phromboon, S. (1997). Participatory learning theory. Office of the National Education Commission.

Poophan, S. (2003). Fundamental concepts of curriculum development. The Knowledge Center.

Rattanathongkham, S. (2013). Educational psychology for science teaching. Ramkhamhaeng University.

Thongsawat, R. (2006). Academic administration in early childhood educational institutions. In

Course materials on early childhood educational administration. School of Educational Studies, Sukhothai Thammathirat Open University.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.

##submission.downloads##

已出版

2026-05-26

栏目

บทความวิจัย

##plugins.generic.recommendByAuthor.heading##